ส.อ.ท.จับตาเซรามิกจีนทุ่มตลาด จี้รัฐปรับมาตรฐานสินค้าดัดหลัง
[6 กรกฎาคม 2552]
 

ส.อ.ท.จับตาเซรามิกจีนทุ่มตลาด จี้รัฐปรับมาตรฐานสินค้าดัดหลั

                กลุ่มเซรามิกส.อ.ท.ทรุดหนัก ถูกสินค้าจีนราคาถูกกระหน่ำไม่เลิก คาดยอดนำเข้าปีนี้ทะลุ 6 พันล้านบาท จากปี 51 อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท เหตุคนไทยชอบใช้ของถูกไม่สนคุณภาพ ล่าสุด ผู้ประกอบการผลิตได้แค่ 60% กัดฟันยอมขาดทุนรอเศรษฐกิจฟื้น จี้ถาม กระทรวงอุตฯ ถึงการปรับมาตรฐานสินค้าเซรามิก ป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพตีตลาด เล็งสินค้าจีนทะลักเข้าข่ายทุ่มตลาดหรือไม่ ก่อนร้อง กระทรวงพาณิชย์ให้คุ้มครองอุตสาหกรรมไทย


              จากการที่ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้ติดตามสถานการณ์สินค้าเซรามิกด้อยคุณภาพจากจีนเข้ามาตีตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซรามิกไทยโดยเฉพาะกลุ่มกระเบื้อง สุขภัณฑ์ และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร พบตัวเลขนำเข้าเซรามิกจีนมียอดสูงขึ้นทุกปี แต่รัฐยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือ หลังจากกลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมเซรามิกส์ไทย สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง และสมาคมที่เกี่ยวข้องได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลไปแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา


               นายโชคชัย เลิศเธียรดำรงกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก ส.อ.ท. เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าเซรามิกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมากขึ้นจากปีก่อน โดยปีนี้ประเมินว่ายอดการนำเข้าจะมีโอกาสจะพุ่งขึ้นสูงกว่า 6,000 ล้านบาทจากปี 2551 ที่ยอดนำเข้า 5,128 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะความต้องการสินค้าของผู้บริโภคไทย ที่ต้องการซื้อของถูกโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ ทำให้สินค้าจีนเข้ามาขายมากขึ้น


                "จากผลประกอบการของผู้ผลิตเซรามิกไทย ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาอยู่ในสภาวะย่ำแย่ ตัวเลขการส่งออกติดลบไปประมาณ 25-30% แม้กำลังการผลิตเริ่มกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 50% เมื่อตอนต้นปี มาอยู่ที่ 60% แต่ยังไม่คุ้มทุน เพราะกำลังการผลิตต่ำ ต้นทุนสูง ขยับราคาไม่ได้ และยังต้องแข่งขันกับสินค้าจากจีนอีก หากจะทำให้มีกำไรได้ ต้องผลิตอยู่ที่ระดับ 75-80% ขึ้นไป"


                 ขณะที่ตัวเลขนำเข้าสินค้าเซรามิกจากจีนในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-พ.ค. 2552) พบว่า กลุ่มกระเบื้องปูพื้น กระเบื้องมุงหลังคา อิฐก่อ มีมูลค่าสูงถึง 1,082,887,389 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 889,105,423 ล้านบาท กลุ่มเครื่องสุขภัณฑ์ มีมูลค่า 88,711,783 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีมูลค่า 81,514,053 ล้านบาท


                 นายโชคชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ปัญหาหรือหาทางออกให้ผู้ประกอบการนั้น ที่ผ่านมา ได้เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์ กระเบื้องดินเผาปูพื้น กระเบื้องดินเผาโมเสก กระเบื้องดินเผาเคลือบบุผนังภายใน และภายนอก ให้เป็นมาตรฐานบังคับ เพื่อป้องกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจากจีนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็เงียบหาย ซึ่งล่าสุดเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2552 ได้ขอพบนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เพื่อติดตามความคืบหน้า ซึ่งนายชาญชัยได้มอบหมายให้ที่ปรึกษารัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับเรื่องแทน


                  สำหรับขั้นตอนต่อไปกลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก จะร่วมกับสมาคมเซรามิกส์ไทย ตั้งตัวแทนเข้าไปร่วมทำงานกับคณะกรรมการที่ดูแลมาตรฐานสินค้าเซรามิก เพื่อให้การปรับปรุงมาตรฐานรวดเร็วขึ้น อาทิ วิธีทดสอบและการแปลมาตรฐานให้เป็นภาษาไทย โดยสินค้ากลุ่มแรกที่จะให้ปรับปรุงเป็นมาตรฐานบังคับ คือ กระเบื้องดินเผาปูพื้น กระเบื้องดินเผาโมเสก กระเบื้องดินเผาเคลือบบุผนังภายใน และภายนอก ซึ่งเคยทำหนังสือถึงสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มาแล้วหลายครั้ง


                 นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาว่าสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ราคาถูก และมีจำนวนมากนี้ จะเข้าข่ายการทุ่มตลาด(เอดี)หรือไม่ เพื่อจะรวบรวมข้อมูล เสนอกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเปิดไต่สวน และหากมีมูลจริง ก็จะประกาศขึ้นภาษีเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาดต่อไป


                    ด้านนายอธิภูมิ กำธรวรินทร์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท มีศิลป์เซรามิค จำกัด ผู้ผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร สินค้าประดับตกแต่งบ้าน กระถางต้นไม้ และอื่นๆ กล่าวว่า สินค้าราคาถูกจากจีนถูกลักลอบนำเข้ามาทางเรือและรถยนต์ตามตะเข็บชายแดนโดยพ่อค้าคนกลางชาวไทยที่ซื้อเหมาเข้ามา เพราะต้นทุนถูกมาก รวมค่าสินค้า ค่าขนส่งแล้วยังถูกกว่าสินค้าไทย แม้จะนำเข้าอย่างถูกต้องบวกภาษี 30% ก็ยังถูกกว่า อาทิ จานพอร์ชเลนสีขาวขนาด 8-9 นิ้ว ของไทยราคา 110-120 บาทต่อใบ แต่จีนขายเพียง 40-52 บาทต่อใบ


                   "สินค้าราคาถูกจากจีนที่ทะลักเข้ามาเป็นปัญหามานานและคงจะยืดเยื้อต่อไป ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการได้พยายามให้ความรู้กับผู้บริโภคถึงอันตรายจากสารตะกั่วที่ปนเปื้อนในสินค้าด้อยคุณภาพ แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก การต้านสินค้าจีนไม่ใช่เรื่องง่าย จึงขอให้ภาครัฐจริงจังและจริงใจในการดูแลและจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมให้ถูกต้องก็จะช่วยได้ทางหนึ่ง หรือออกมาตรการมาปกป้องผู้ประกอบการไทยเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียม โดยผู้ประกอบการจะพัฒนาให้สินค้ามีความหลากหลาย เน้นดีไซน์และคุณภาพ ซึ่งเป็นจุดแข็งเหนือสินค้าจีน"


                      ขณะที่ นายหทัย อู่ไทย รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การที่กลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิกได้เข้าพบและหารือเมื่อเร็วๆ นี้ ถึงปัญหาสินค้าเซรามิกจีนที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาในตลาดไทยค่อนข้างมาก นั้น สมอ. กำลังพิจารณาว่าก่อให้เกิดความเสียหายจริงหรือไม่ โดยยึดประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นสำคัญ ซึ่งคาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือนก็จะได้ความชัดเจนมากขึ้นว่าจะแก้ไขปัญหาหรือเข้าไปควบคุมอย่างไร 

ที่มา : จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2441 05 ก.ค.  - 08 ก.ค. 2552

 

 
กลับหน้าที่แล้ว
login password


The Federation of Thai Industries. 4th Floor Zone C Queen Sirikit National Convention Center, 60 New Rachadapisek Rd. Klongtoey. Bangkok 10110