ผู้ผลิตโซลาร์เซลล์ดิ้นหนีตาย แห่ชิงเค้กรับงานราชการพร้อมเบนเข็มส่งออกไปสหรัฐฯ
[6 พฤศจิกายน 2558]
 

ผู้ผลิตโซลาร์เซลล์ดิ้นหนีตาย แห่ชิงเค้กรับงานราชการพร้อมเบนเข็มส่งออกไปสหรัฐฯ

โดย ฐานเศรษฐกิจ - 6 พฤศจิกายน 2558

 

“โซ ลาร์ตรอน” กระทุ้งรัฐออกมาตรการสนับสนุนผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศ หวั่นล้มหายตายจากหลังยอดขายไม่กระเตื้อง ล่าสุดหันส่งออกตลาดสหรัฐฯแทน ขณะที่ปีหน้าจะมีผู้ประกอบการรายใหม่จากจีน-ไต้หวันสร้างโรงงานในไทยอีก 3-4 ราย ทำให้การแข่งขันรุนแรงเพิ่มขึ้น ต้องดิ้นคว้างานโซลาร์ราชการ ให้ได้100 เมกะวัตต์ เพื่อความอยู่รอด

นายภาวัน สยามชัย กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศ กำลังประสบปัญหาการขาดทุนจากการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ออกมาจำหน่าย แม้ว่าทางรัฐบาลจะมีโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เปิดรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติด ตั้งบนพื้นดิน สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร จำนวน 800 เมกะวัตต์ ก็ตาม แต่เนื่องจากภาครัฐไม่มีนโยบายการสนับสนุนใช้สินค้าภายในประเทศ ทำให้แผงโซลาร์เซลล์ราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาดเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถอยู่รอดได้ เห็นได้จากบริษัทเองต้องดิ้นหาตลาดใหม่ โดยหันส่งออกไปประเทศสหรัฐอเมริกาแทนปีละ 100 เมกะวัตต์

โดยปัจจุบันมีผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ประมาณ 4-5 ราย กำลังผลิตรวมประมาณ 300 เมกะวัตต์ และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นไปถึง 500 เมกะวัตต์ สามารถรองรับความต้องการใช้ในประเทศได้เพียงพอ หากทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) มีนโยบายสนับสนุนให้สินค้าที่ผลิตในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาทางผู้ประกอบการเคยเสนอผ่านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ. ท.) รวมทั้งเสนอผ่านเวทีต่างๆ ไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐ ทำให้สถานการณ์ธุรกิจผลิตแผงโซลาร์เซลล์ของไทยอยู่ลำบาก เนื่องจากแข่งขันกับสินค้าจากจีนที่มีราคาถูกกว่าไม่ได้

นอกจากนี้ พบว่าผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ของไทยบางรายยังประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากไม่มียอดสั่งซื้อเข้ามามากนัก จึงจำเป็นต้องร่วมโครงการลงทุนที่ภาครัฐเปิด อาทิ โครงการโซลาร์เซลล์หน่วยงานราชการ 600 เมกะวัตต์ แม้ว่าจะไม่มีนโยบายส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศก็ตาม เพื่อหวังที่จะจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น โดยในส่วนของบริษัทก็มีโครงการที่ร่วมกับสหกรณ์เช่นกัน รวมอยู่ที่ประมาณ 200 เมกะวัตต์ แต่ทาง กกพ. ตัดสินด้วยวิธีจับสลากรับสิทธิ์ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ซึ่งบริษัทมองว่าอาจมีโอกาสได้งานบ้าง โดยตั้งเป้าไว้ที่ 100 เมกะวัตต์

“ตอนนี้มาตรการส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศเงียบหายไป แต่ก็ยังดีที่มีมาตรการส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทน โดยในแผนพีดีพี 2015 ตั้งเป้ากำลังการผลิตโซลาร์เซลล์รวม 6 พันเมกะวัตต์ในปี 2579 ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสให้ธุรกิจโซลาร์เซลล์ ซึ่งอยากให้รัฐกำหนดมาตรฐาน มอก. เพื่อให้สินค้าที่นำเข้ามาขายในราคาต่ำ ไม่สามารถนำเข้ามาได้ นอกจากนี้คาดว่าในปี 2559 จะมีผู้ประกอบการจากจีนและไต้หวันย้ายฐานการผลิตมาประเทศไทยอีกหลายร้อยเมกะ วัตต์ ยิ่งทำให้การแข่งขันสูงและอยู่ได้ลำบากมากขึ้น”นายภาวัน กล่าว

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน และโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ.เปิดให้หน่วยราชการและสหกรณ์ฯ เข้ายื่นคุณสมบัติเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แบบติด ตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) เฟสแรก 600 เมกะวัตต์ โดยพบว่ามีหน่วยงานราชการและสหกรณ์ฯสนใจยื่นไม่น้อยกว่า 1 พันราย หรือกำลังผลิต 5 พันเมกะวัตต์ โดยโครงการดังกล่าว และจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ได้ตามกำหนด ภายในเดือนกันยายน 2559 และมีเม็ดเงินลงทุนใหม่ไม่น้อยกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท รวมทั้งมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในปี 2559 ให้ปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย

สำหรับโครงการโซลาร์เซลล์หน่วยงานราชการและสหกรณ์ฯ แบ่งเป็น 2เฟส ได้แก่ เฟสแรก 600 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นหน่วยราชการ 300 เมกะวัตต์ และสหกรณ์ภาคการเกษตร 300 เมกะวัตต์ เป็นเขตพื้นที่การไฟฟ้านครหลวงรวม 200 เมกะวัตต์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครวม 389 เมกะวัตต์ และกิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ 11 เมกะวัตต์ ซึ่งได้เปิดให้ยื่นคุณสมบัติ ในวันที่ 1 – 10 พฤศจิกายน 2558 และหลังจากนี้จะสามารถประกาศผลการพิจารณาผู้ผ่านคุณสมบัติ ได้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2558 ก่อนเข้าสู่กระบวนการจับสลากเพื่อรับสิทธิ์ในวันที่ 15 ธันวาคม 2558 โดยกำหนดที่จะประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ธันวาคม 2558

ส่วนเฟส 2 จำนวน 200 เมกะวัตต์ จะเปิดในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2560 เนื่องจากต้องรอความพร้อมด้านสายส่งไฟฟ้าจากทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย(กฟผ.) แล้วเสร็จก่อน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,102 วันที่ 5 – 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

 
กลับหน้าที่แล้ว




The Federation of Thai Industries.
4th Floor Zone C Queen Sirikit National Convention Center, 60 New Rachadapisek Rd. Klongtoey. Bangkok 10110