เครื่องใช้ไฟฟ้าบวก3เด้ง ปีหน้าฉายแววใส‘แอลจี-ชาร์ป’เดินหน้ารุกตลาดเต็มสูบ
[8 พฤศจิกายน 2558]
 

เครื่องใช้ไฟฟ้าบวก3เด้ง ปีหน้าฉายแววใส‘แอลจี-ชาร์ป’เดินหน้ารุกตลาดเต็มสูบ

โดย ฐานเศรษฐกิจ -

8 พฤศจิกายน 2558

 

ตลาด เครื่องใช้ไฟฟ้าเห็นสัญญาณบวก มั่นใจปีหน้าสดใส ค่าย “แอลจี” พร้อมเดินเกมรุกทั้งกลุ่มทีวี เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน มั่นใจครึ่งปีแรกกวาดยอดโตกว่า 10% ผลพวงจากโอลิมปิกเกมและฟุตบอลยูโร 2016 ช่วยกระตุ้นยอดขายทีวีพุ่ง ฟาก “ชาร์ป” มั่นใจปี 59 ตลาดโต ปูพรมบุกตลาดครบเครื่อง คาดทั้งปีโต 3% โกยรายได้ 5.2 พันล้านบาท แต่ยังตํ่ากว่าเป้าหมายโต 10-15%

นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการ บริษัท แอลจี เลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า “แอลจี” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปีหน้ามีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการเติบโตกว่า 10% ในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ทั้งปีมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตเพิ่มเป็นเท่าตัว หลังจากที่ปีนี้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มีการเติบโต โดยมีปัจจัยเรื่องของกำลังซื้อ เศรษฐกิจและการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อการจับจ่าย

ทั้งนี้ปัจจัยที่จะผลักดันให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโตได้ในปีหน้า ประกอบไปด้วย 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง จากผลพวงของกระแสมหกรรมกีฬาระดับโลกที่จะเข้ามา ทั้งกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 31 จัดขึ้นที่ประเทศบราซิลในช่วงเดือนสิงหาคมและการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่ง ชาติยุโรป 2016 (ยูโร 2016) จัดขึ้นที่ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม 2559 ที่จะเข้ามาสร้างสีสันต์ให้ตลาดทีวีเมืองไทยอีกปี

“แม้ทั้งกีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลยูโรจะสร้างยอดขายให้ตลาดทีวีได้ไม่เทียบ เท่ากับกระแสฟุตบอลโลก แต่แน่นอนว่าจะช่วยสร้างสีสันต์ในตลาดครึ่งปีแรกได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันการเติบโตของกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าจะเติบโตควบคู่กันไปในแต่ละเซ กเมนต์ ทั้งทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เนื่องจากประชาชนอั้นการจับจ่ายมาตลอด 2 ปีจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย”

ปัจจัยที่ 2 คือ การลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ รวมถึงมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐที่ออกมาในช่วงนี้ ซึ่งจะช่วยให้กำลังซื้อดีขึ้นในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในระดับแมสที่ในปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในระดับกลาง-ล่าง หรือในตลาดต่างจังหวัดไม่มีการเติบโต ซึ่งเป็นผลพวงจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ขณะที่กลุ่มกลาง-บน เป็นกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อและประคองให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ติดลบในปีที่ ผ่านมา จึงเชื่อว่าจากมาตรการกระตุ้นจะช่วยให้กำลังซื้อกลุ่มกลาง-ล่างกลับมาดีอีก ครั้ง และปัจจัยที่ 3 การเติบโตของภาคสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มบ้านและคอนโดฯ ทั้งรายใหม่ที่จะเข้ามาซื้อ และรายเดิมจากปีนี้ที่เริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์และเริ่มตกแต่ง โดยมองว่าจากปัจจัยบวกที่คาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าที่จะมีการ เติบโตที่ 20% ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นอย่างมาก โดยประชาชนจะมองหาสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นลำดับแรกในการใช้งานและ ตกแต่งบ้านใหม่ และคาดการณ์ว่าสามารถเห็นความชัดเจนด้านการเติบโตในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก มาตรการกระตุ้นของภาครัฐได้ในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ (ปัจจุบัน-เมษายน 2559)

“ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านผ่านจุดต่ำสุดของการเติบโตมาแล้ว และเชื่อว่าปีหน้าจากปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นเริ่มส่งสัญญาณบวกมาตั้งแต่ช่วง ปลายไตรมาสที่ 3 ของปีนี้เป็นต้นมา ทำให้ภาพรวมการเติบโตของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าสดใสแน่นอน แต่จากฐานที่ต่ำในปีนี้ ทำให้ตัวเลขอาจจะไม่ก้าวกระโดดมากนัก ซึ่งจะสามารถคาดการณ์และวัดการเติบโตได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีหน้าเป็นต้นไป ”

โดยในส่วนของบริษัทเองเริ่มมีการเปิดตัวสินค้าใหม่และปรับกลยุทธ์ทางการ ตลาดรองรับตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มสินค้าทีวีที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในปีหน้า จากผลพวงของกระแสมหกรรมกีฬาระดับโลกที่จะเข้ามาทั้ง กีฬาโอลิมปิกและการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนนี้ บริษัทได้เปิดตัวทีวี OLED TV เทคโนโลยีล่าสุดของวงการทีวีและของแอลจี ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 4K เข้ามาเป็นจุดแข็งในการรุกตลาด ใน 2 ขนาด คือ ขนาด 55 นิ้ว ราคากว่า 1.69 แสนบาท และขนาด 65 นิ้ว ราคากว่า 1.99 แสนบาท เข้ามารองรับตลาด หลังจากช่วงที่ผ่านมาแอลจีมีการเปิดตัว OLED TV ไปแล้ว แต่ยังไม่มีการใส่เทคโนโลยี 4K เข้าไป

นอกจากนี้ยังเปิดตัว LG Mosquito Away แอร์ฟีเจอร์ไล่ยุงทั้งหมด 6 รุ่น ออกมาเจาะตลาดในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการสร้างสีสันให้ตลาด โดยใส่ฟีเจอร์ไล่ยุงเข้าไป เพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงโลว์ซีซันและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สามารถสร้างยอดขายได้เดือนละกว่า 1,000 เครื่อง นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรโมชันในช่วงปลายปีเพื่อกระตุ้นยอดขาย ด้วยการจัดโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม หรือเมื่อซื้อทีวี แถมฟรีเครื่องเสียง เป็นต้น

สำหรับเป้าหมายการเติบโตของแอลจีในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ที่ 5% จากเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 10% ทั้งนี้การลดเป้าการเติบโตดังกล่าวถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เนื่องจากบริษัทยังสามารถสร้างการเติบโตได้มากกว่าตลาด เมื่อเทียบกับปัจจัยลบที่เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมั่นใจว่าปีหน้าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เนื่องจากสัญญาณการเติบโตในตลาดเริ่มฟื้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา โดยมีอัตราการเติบโตราว 1-2% ต่อเดือน และมั่นใจว่าช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้าจะเห็นตัวเลขการเติบโตที่ชัดเจน

ด้านนายมาซามิ โออุเอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า “ชาร์ป” กล่าวว่า แม้ในปีนี้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทยจะมีการชะลอตัว จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ แต่เชื่อว่าในปีหน้าภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทยจะมีอัตราการเติบโต ที่ดีกว่า โดยในส่วนของบริษัทเองยังคงเชื่อมั่นศักยภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลัง ซื้อ และยังคงให้โรงงานในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นฐานการผลิตที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนเป็นหลักต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน โดยโรงงานในไทยถือว่ามีความพร้อมในการขยายตลาดและสามารถรองรับได้อีกหลาย ปี

ขณะที่กลุ่มสินค้าที่มองว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ดีในตลาด ได้แก่ กลุ่มทีวี ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ เพราะเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป โดยจะเน้นใน 4 กลุ่มหลัก คือ ทีวี 20 รุ่น ตู้เย็น 6 รุ่น เครื่องปรับอากาศ 3 รุ่น และเครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่ พร้อมกันนี้ยังได้มีการเปิดตัวเครื่องดูดและกำจัดไรฝุ่นเข้ามาทำตลาดเพิ่ม เติม เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มเป้าหมาย หลังจากที่มีการจากเปิดตัวสินค้าดังกล่าวเข้าทำตลาดคาดว่าจะมียอดขาย 9,000 เครื่อง หรือมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 600 ล้านบาท

ส่วนภาพรวมยอดขายสินค้าในแต่ละกลุ่มของบริษัท กลุ่มที่สามารถสร้างรายได้หลักยังคงมาจากลุ่มทีวี แม้จะมียอดขายที่ลดลง โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 34% และอีก 54% เป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า และเครื่องฟอกอากาศ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 13% เป็นรายได้ที่มาจากอุปกรณ์สำนักงาน เช่น ปริ้นเตอร์ และแฟลกซ์

“ปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในรอบบัญชีปี 2558 (เมษายน 2558 – มีนาคม 2559 ) มีการเติบโตลดลง ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมามีรายได้รวม 2.6 พันล้านบาท เติบโตทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยคาดการณ์ว่าจากแนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะส่งผลให้ภาพรวมปี 2558 มีอัตราการเติบโต 3% หรือมีรายได้รวม 5.2 พันล้านบาท ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะมีอัตราการเติบโต 10-15% เนื่องจากยอดขายสินค้าที่เคยสร้างรายได้หลักอย่างกลุ่มทีวีมียอดขายติดลบสูง ถึง 10%”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,103 วันที่ 8 – 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

 
กลับหน้าที่แล้ว




The Federation of Thai Industries.
4th Floor Zone C Queen Sirikit National Convention Center, 60 New Rachadapisek Rd. Klongtoey. Bangkok 10110